เรียน ท่านผู้ใช้ BingX
เราได้จัดทำคู่มือนี้ขึ้นเพื่อให้คุณเข้าใจพารามิเตอร์และตรรกะการคำนวณใหม่โดยสูตรทั้งหมดนี้ใช้ Long Grid เป็นตัวอย่าง สำหรับตรรกะของกริด Short และกริด Neutral นั้นจะมีความคล้ายคลึงกันแต่มีทิศทางที่ตรงกันข้าม
1. พารามิเตอร์เมื่อทำการสร้างกริด
พารามิเตอร์ |
ความหมาย |
สรุป |
กริด |
จำนวนกริดที่ต้องการแบ่งในช่วงราคา (สูงสุด 500) |
ยิ่งมีจำนวนกริดมาก คำสั่งซื้อและขายยิ่งหนาแน่น เหมาะสำหรับตลาดที่มีความผันผวนต่ำ |
ช่วงกริด |
ส่วนต่างของราคาระหว่างสองกริดที่อยู่ติดกัน |
ยิ่งช่วงแคบจะทำให้เกิดการเทรดบ่อยขึ้น แต่กำไรต่อกริดจะลดลง |
ขนาดการซื้อขายต่อกริด |
จำนวนเปิดต่อกริด |
การเพิ่มค่านี้จะช่วยทำกำไรต่อการเทรดได้มากขึ้น แต่ต้องใช้เงินเลเวอเรจหรือมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น |
ช่วงราคา (ขีดจำกัดบน/ล่าง) |
ราคาสูงสุดและต่ำสุดที่กริดจะทำงาน |
หากราคาหลุดออกจากช่วงนี้ บอทกริดจะหยุดทำงานชั่วคราว |
ราคา TP / ราคา SL |
การตั้งทริกเกอร์ TP หรือ SL ด้วยราคาคงที่ |
เมื่อราคาไปถึงจุดที่กำหนด โพซิชันทั้งหมดจะถูกปิดโดยอัตโนมัติและสิ้นสุดกลยุทธ์ |
TP ROI / SL ROI |
การตั้งจุดทริกเกอร์ด้วย ROI (%) |
ตัวอย่างเช่น TP 10% → บอทจะปิดอัตโนมัติเมื่อกำไรที่ยังไม่รับรู้ถึง 10% |
ราคาที่มีผล |
ราคาที่กริดจะเริ่มวางคำสั่งซื้อขาย |
ตัวเลือกเสริม: "เริ่มทันที" หรือ "เริ่มเมื่อถึงราคาที่กำหนด" |
ช่วงราคาแบบไดนามิก |
ปรับเลื่อนช่วงราคาทั้งหมดขึ้นหรือลงโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเบรคเอาท์ |
ช่วยให้กริดวิ่งตามตลาดได้ทันและป้องกันไม่ให้บอทหยุดทำงานเร็วเกินไป |
2. อธิบายสูตรคำนวณที่สำคัญ
1. ROI ต่อกริดโดยประมาณ — เปอร์เซ็นต์กำไรที่คุณจะได้รับจากการซื้อ/ขายแต่ละครั้ง
💡 แสดงอยู่ในหน้าการสร้างบอทยิ่งช่วงห่างมาก กำไรก็จะยิ่งสูงขึ้น
คำนิยาม:
กำไรที่คาดหวังจากการซื้อและขายที่สมบูรณ์หนึ่งรอบ (ซื้อหนึ่งครั้งและขายหนึ่งครั้ง) โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาเปิด
สูตร
ROI สุทธิแต่ละกริด = [ ราคาขาย × (1 − อัตราค่าธรรมเนียม) − ราคาซื้อ × (1 + อัตราค่าธรรมเนียม) ] ÷ [ ราคาซื้อ × (1 + อัตราค่าธรรมเนียม) ]
ตัวอย่าง
ตัวอย่าง: ราคา BTC: 10,000 USDT, ขนาดการเทรดต่อกริด: 1 BTC, ช่วงห่างกริด: 100 USDT
แต่ละกริดที่จับคู่สำเร็จจะได้รับกำไร 100 USDT ซึ่งคิดเป็น 1% ของราคา (100 ÷ 10,000 = 1%)
2. ราคาลิควิเดชันโดยประมาณ — ราคาที่ทำให้เกิดการล้างพอร์ต
💡 แสดงอยู่ในหน้าการสร้างบอท
คำนิยาม:
เมื่อราคามาร์กมาถึงระดับนี้ กลยุทธ์จะถูกชำระบัญชี
สูตร
ราคาลิคควิเดเชิน ≈ ราคาเข้าซื้อ × (1 - 1 ÷ เลเวอเรจ)
คำอธิบายตรรกะ:
เลเวอเรจสูงขึ้น →ราคาลิคควิเดเชินจะใกล้กับราคาเปิดมากขึ้น → ความเสี่ยงสูงขึ้น
การเพิ่มขนาดการซื้อขายต่อกริด → ใช้มาร์จิ้นมากขึ้น → ราคาลิคควิเดเชินจะขยับเข้าหาปัจจุบันมากขึ้น → ถูกล้างพอร์ตได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่าง
เปิด Long ที่ 10,000 USDT โดยใช้เลเวอเรจ 10x
ราคาลิคควิเดเชิน ≈ 10,000 × (1 – 1 ÷ 10) = 10,000 × 0.9 = 9,000 USDT
หากราคาลดลงมาที่ประมาณ 9,000 จะทำให้เกิดการชำระบัญชี
การคำนวณข้างต้นเป็นการประมาณการ ค่าจริงจะขึ้นอยู่กับอัตรามาร์จิ้นรักษาสภาพ
3. ROI วันนี้ — เปอร์เซ็นต์กำไรที่คุณได้รับในวันนี้
💡 แสดงอยู่ในหน้าหลักของกลยุทธ์สะท้อนถึงกำไรที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน
คำนิยาม:
กำไรที่รับรู้แล้วที่สร้างโดยกลยุทธ์ในวันนี้ (00:00 UTC+8 จนถึงปัจจุบัน) โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมาร์จิ้นเฉลี่ยที่ใช้ไป
สูตร
ROI วันนี้ = PNL วันนี้ ÷ (สินทรัพย์รวมของกลยุทธ์ ณ เวลา 00:00 ของวันนี้ + ยอดเงินไหลเข้าสุทธิของวันนี้)
กำไรขาดทุนวันนี้ = สินทรัพย์รวมปัจจุบัน - สินทรัพย์รวมตามกลยุทธ์ในเวลา 00:00 น. ของวันนี้ - กระแสเงินสดรับสุทธิ
ยอดเงินไหลเข้าสุทธิ = ยอดเงินไหลเข้า - ยอดเงินไหลออก
ยอดเงินไหลเข้า = มาร์จิ้นที่เพิ่มเมื่อสร้างกลยุทธ์ ÷ จำนวนเงินลงทุน
ยอดเงินไหลออก = มาร์จิ้นที่ถอนออกเมื่อปิดกลยุทธ์ ÷ จำนวนเงินลงทุน
ครอบคลุมถึง Futures Grid, Futures Martingale, Spot Grid และ Spot Infinity Grid
ตัวอย่าง
PNL วันนี้ = 10 USDT, สินทรัพย์รวมของกลยุทธ์ ณ เวลา 00:00 (UTC+8) ของวันนี้ = 195 USDT, ยอดเงินไหลเข้าวันนี้ = 5 USDT
ROI วันนี้ = 10 ÷ (195 + 5) × 100% = 5%
4. กำไรทั้งหมด — ดูว่ากลยุทธ์นั้นได้กำไรหรือขาดทุนรวมเท่าไหร่
💡แสดงในส่วน "ภาพรวม" ในหน้าเนื้อหากลยุทธ์ซึ่งเทียบเท่ากับกำไรที่คุณจะได้รับหากปิดกลยุทธ์ในตอนนี้
คำนิยาม:
ผลรวมของ PNL ที่รับรู้แล้ว และ PNL ที่ยังไม่รับรู้ ซึ่งสะท้อนถึง PNL รวมปัจจุบันในบัญชี โดยได้รวมค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และค่าธรรมเนียม Funding ไว้เรียบร้อยแล้ว
สูตร
กำไรทั้งหมด = PNL ที่รับรู้แล้ว + PNL ที่ยังไม่รับรู้ + ค่าธรรมเนียม Funding + ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย
*หากมีการใช้บัตรกำนัลเงินสนับสนุนกำไรทั้งหมดจะไม่รวมจำนวนเงินสนับสนุนที่จ่ายออกมา
ตัวอย่าง
PNL ที่รับรู้แล้ว = +5 USDT, PNL ที่ยังไม่รับรู้ = +3 USDT, ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย = -1 USDT, ค่าธรรมเนียม Funding = 2 USDT
กำไรทั้งหมด = 5 + 3 - 1 + 2 = 9 USDT
5. ROI ทั้งหมด — เปอร์เซ็นต์กำไรที่กลยุทธ์ทำได้นับตั้งแต่เริ่มต้น
💡แสดงในส่วน "ภาพรวม" ในหน้าเนื้อหากลยุทธ์ROI สามารถเป็นได้ทั้งค่าบวกหรือค่าลบ และเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงระดับผลตอบแทนโดยรวมของกลยุทธ์นั้นๆ
คำนิยาม:
เปอร์เซ็นต์ของกำไรที่รับรู้แล้วสะสมนับตั้งแต่สร้างกลยุทธ์ เมื่อเทียบกับมาร์จิ้นสูงสุดในอดีตที่เคยใช้ไป
สูตร:
ROI ทั้งหมด = กำไรทั้งหมด ÷ จำนวนเงินลงทุน
เงินลงทุน = เงินลงทุนเริ่มต้น + มาร์จิ้นที่เพิ่มเข้ามาสะสม
ตัวอย่าง
เงินลงทุน = เงินลงทุนเริ่มต้น + มาร์จิ้นที่เพิ่มเข้ามาสะสม
ROI ทั้งหมด = 50 ÷ 500 × 100% = 10%
6. ROI ต่อปี — เปอร์เซ็นต์กำไรที่กลยุทธ์หนึ่งๆ จะทำได้ในช่วงเวลาหนึ่งปี
💡แสดงในส่วน "ภาพรวม" ในหน้าเนื้อหากลยุทธ์
คำนิยาม:
เป็นการปรับค่า ROI ทั้งหมดในปัจจุบันให้เป็นรายปี โดยคำนวณจากจำนวนวันที่กลยุทธ์ทำงานอยู่ เพื่อใช้เปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรของกลยุทธ์ต่างๆ บนมาตรฐานเดียวกัน
สูตร:
ROI ต่อปี = ROI ทั้งหมด ÷ จำนวนวันที่รัน × 365 × 100%
คำอธิบายตรรกะ:
เป็นการสมมติว่าความสามารถในการทำกำไรของกลยุทธ์จะยังคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อประมาณการค่า ROI ตลอดทั้งปี
จำนวนวันที่รัน = จำนวนวันจริงนับตั้งแต่สร้างกลยุทธ์จนถึงปัจจุบัน (เศษของวันจะถูกนำมาคำนวณตามสัดส่วน)
ค่า ROI ต่อปีที่สูงกว่าบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการทำกำไรที่สูงกว่า แต่โดยปกติแล้ว ROI ต่อปีที่สูงมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่าง
ROI ทั้งหมด = 5%, จำนวนวันที่รัน = 10 วัน
ROI ต่อปี = 5% ÷ 10 × 365 = 182.5%
7. กำไรที่จับคู่สำเร็จและ PNL ที่ยังไม่จับคู่ — กำไรที่รับรู้แล้วและ PNL ที่ลอยตัวอยู่
💡 แสดงในส่วน "ประวัติการเทรด" บนหน้าเนื้อหากลยุทธ์
คำนิยาม:
กำไรที่จับคู่สำเร็จ: กำไรที่ได้รับจริงหลังจากเสร็จสิ้นการจับคู่ซื้อ-ขาย (หรือขาย-ซื้อ) โดยหักค่าธรรมเนียมการซื้อขายแล้ว และรวมถึงกำไรที่จับคู่สำเร็จจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการปรับกริดก่อนที่จะมีการแก้ไขกริด
PNL ที่ยังไม่จับคู่: ประมาณการกำไรที่จับคู่สำหรับโพซิชันที่ยังทำงานอยู่และรอการปิด โดยหักค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว
คำอธิบายตรรกะ:
กำไรที่จับคู่สำเร็จ: กำไรจะถูกล็อกไว้และไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคาอีกต่อไป
PNL ที่ยังไม่จับคู่: จะเปลี่ยนเป็นกำไรที่จับคู่สำเร็จโดยอัตโนมัติหลังจากปิดโพซิชันแล้ว
ตัวอย่าง
ขนาดกริด 0.01 BTC, ซื้อที่ 10,000, ขายที่ 10,100 → กำไรที่จับคู่สำเร็จ = 1 USDT
อีกหนึ่งกริดซื้อที่ 10,200, ราคาปัจจุบัน 10,250, ราคาคำสั่งขาย 10,300 → PNL ที่ยังไม่จับคู่ = 1 USDT
3. ขีดจำกัดพารามิเตอร์ทั่วไป
รายการ |
ขีดจำกัด |
จำนวน Futures Grid ที่รันพร้อมกัน |
สูงสุด 30 |
จำนวนกริดสูงสุด |
500 |
ช่วงห่างกริดขั้นต่ำ |
ต้องไม่น้อยกว่าทศนิยมราคาที่เล็กที่สุด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคู่เทรด |
มาร์จิ้นขั้นต่ำ |
กำหนดโดยปริมาณซื้อ/ขายต่อกริด, จำนวนกริด และเลเวอเรจ โดยจะไม่สามารถสร้างกลยุทธ์ได้หากระบุจำนวนเงินต่ำกว่าที่ระบบกำหนด |
4. สรุป
สิ่งที่คุณต้องการ |
พารามิเตอร์ที่ควรปรับ |
ผลลัพธ์ |
ต้องการกำไรมากขึ้น |
เพิ่มขนาดการเทรดต่อกริด |
การเทรดแต่ละครั้งจะได้กำไรมากขึ้น แต่ต้องใช้มาร์จิ้นมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการถูกล้างพอร์ต |
ต้องการสำรองเงินทุนและลดความเสี่ยง |
ลดขนาดการเทรดต่อกริด |
การเทรดแต่ละครั้งจะได้กำไรลดลง แต่ใช้มาร์จิ้นน้อยลง ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกล้างพอร์ตและทำให้พอร์ตปลอดภัยขึ้น |
ต้องการจับจังหวะราคาที่ผันผวนเล็กน้อย |
เพิ่มจำนวนกริด / ลดช่วงห่างราคา |
บอทจะเทรดบ่อยขึ้น แม้กำไรต่อกริดจะน้อยลง แต่คุณจะสามารถทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กลงได้ |
ต้องการให้กริดวิ่งตามราคาที่พุ่งสูงขึ้น |
เปิดใช้งาน Moving Grid (Long) |
เมื่อราคาพุ่งสูงขึ้นจนทะลุขอบบน ระบบจะขยับกริดตามขึ้นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลามาตั้งค่าใหม่ด้วยตัวเอง |
หากคุณยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสูตรคำนวณหรือพารามิเตอร์ใดๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า เรามุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคู่มือการใช้งานและประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทีมงาน BingX
30-04-2569