บิตคอยน์พุ่ง 22.7% ซีอีโอ Strive ชี้สัญญาณจบตลาดหมี

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
การพุ่งขึ้นรายสัปดาห์ 22.7% ของ Bitcoin ควบคู่กับกระแสเงินไหลเข้าของ U.S. spot ETF มูลค่า 1.92 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการรับความเสี่ยงของสถาบันที่แข็งแกร่งและแรงซื้อจากภาวะความขาดแคลน โดยได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ BTC ทะลุกรอบเมื่อเทียบกับทั้งทองคำและดอลลาร์สหรัฐ การขยายการซื้อคืนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐน่าจะช่วยสนับสนุนให้อัตราผลตอบแทนลดลงและ USD อ่อนค่าลง ซึ่งยิ่งขยายความต้องการต่อสินทรัพย์ที่หายาก ตัวชี้วัดความเชื่อมั่นได้เคลื่อนไปสู่ภาวะ "โลภสุดขั้ว" ทำให้ต้องจับตาเลเวอเรจและการวางสถานะต่อความผันผวนระยะสั้น
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+1.48%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
ราคาบิตคอยน์ปรับขึ้น 22.7% ตลอดสัปดาห์ ปิดสัปดาห์ทำสถิติใหม่บริเวณ 77,387 ดอลลาร์ ขณะที่กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อจากสถาบันที่ชัดเจนขึ้น ข้อมูลระบุว่าบิตคอยน์ปิดสัปดาห์ที่ 77,241 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14,264 ดอลลาร์ นับเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์ในแง่มูลค่าเงินดอลลาร์ที่มากที่สุด โดย Matt Cole ซีอีโอของ Strive มองว่าการ "เบรกขึ้น" เมื่อเทียบทั้งทองคำและเงินดอลลาร์เป็นสัญญาณว่าตลาดหมีสิ้นสุดแล้ว เขาระบุว่าการเร่งตัวตลอด 7 วันได้รับแรงหนุนจากการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการกลับมาของดีมานด์จากสถาบัน กระแส ETF หนุนการเบรกเอาต์ แรงซื้อเพิ่มขึ้นหลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มเพดานซื้อคืนพันธบัตรอายุยาวจาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งกดผลตอบแทนพันธบัตรลงและทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลให้สินทรัพย์ที่มีความขาดแคลนได้รับความสนใจมากขึ้น ด้าน SoSoValue ระบุว่าเงินไหลเข้า ETF บิตคอยน์ครั้งนี้แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ความเชื่อมั่นตลาดคริปโตดีดตัวตาม โดยดัชนี Crypto Fear and Greed Index ขึ้นไปแตะ 78 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ใกล้โซน "โลภสุดขีด" ขณะเดียวกัน อัตราส่วนบิตคอยน์ต่อทองคำ (Bitcoin gold ratio) ขยับขึ้นเป็น 16.73 ออนซ์ สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่ง Cole ระบุว่าในอดีตตัวชี้วัดดังกล่าวมักนำหน้าจุดกลับตัวสำคัญของราคาในหน่วยดอลลาร์ Cole ชี้ "ความขาดแคลน" อาจเป็นธีมรอบถัดไป Cole มองว่าแรงขับเคลื่อนรอบต่อไปอาจมาจากความต้องการสินทรัพย์จำกัดปริมาณ โดยให้เหตุผลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทำให้ซอฟต์แวร์ถูกทำซ้ำได้ง่ายขึ้น จึงยิ่งเพิ่มเสน่ห์ของสินทรัพย์ที่มีอุปทานคงที่ เขาจัดบิตคอยน์ไว้ในกลุ่มเดียวกับทองคำและเงิน และเชื่อว่าการเบรกขึ้นพร้อมกันทั้งเทียบทองและเทียบดอลลาร์อาจดึงเงินทุนเพิ่มเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ดี หลังการปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดอาจเผชิญแรงย่อตัวได้ โดยนักวิเคราะห์ติดตามปริมาณซื้อขายสปอต กระแสเงินเข้าออก ETF อัตรา funding และสถานะคงค้าง (open interest) ซึ่งหากเกิดการใช้เลเวอเรจมากเกินไปอาจนำไปสู่การปรับฐานที่แรงขึ้น Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research ระบุ 80,000 ดอลลาร์เป็นเป้าหมายระยะใกล้หลัก และมองกรอบ 85,000–90,000 ดอลลาร์เป็นระดับถัดไป หากสภาพคล่องตลาดและดีมานด์จาก ETF ยังต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อ อาจเห็น 100,000 ดอลลาร์เข้ามาอยู่ในเรดาร์ได้ในที่สุด ขณะที่ Cole คาดว่าหากราคาย่อลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝั่งซื้อจะกลับเข้ามาอย่างแข็งขัน โดยมุมมองของเขาครอบคลุมช่วง 12–18 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ราคาบิตคอยน์ยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยการซื้อของ Strive ที่ 94,345 ดอลลาร์ โดย Strive ถือครอง 20,246 BTC อยู่ในอันดับ 7 ของบริษัทจดทะเบียนที่ถือบิตคอยน์มากที่สุด แม้รอบนี้ราคาปรับขึ้นแรง แต่สถานะดังกล่าวยังขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (unrealized loss) ราว 350 ล้านดอลลาร์ ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน CoinCryptoNewz ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจทางการเงิน